ชื่อ – นามสกุล วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงศ์กุล
ชื่อเล่น พิช
ฉายาที่เพื่อนๆ เรียก พิชชี่
อายุ 18 ปี
วันเกิด 20 กรกฎาคม 2532
การศึกษา ปี 1 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อธิบายความเป็นตัวเอง เป็นคนสบายๆ เป็นกันเอง เข้ากับคนง่าย
งานอดิเรก เล่น MSN, เดินเที่ยวเล่น
ความสามารถพิเศษ ร้องเพลง, แต่งเพลง
กิจกรรมที่ทำเวลามาสยาม เดินเล่น ทานข้าว ดูหนัง นัดเจอเพื่อนๆ
มุมมองความรัก ความรู้สึกดีๆ ที่เราอยากทำให้คนนั้น Happy
เพลงรักที่ชอบ นิดหนึ่งพอ (Friday)
ผลงาน ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ “ข้าวเหนียวหมูปิ๊ง”เข้ามาร่วมงานกับมะเดี่ยวได้ยังไง
ได้เข้ามาร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวได้ก็เพราะว่าพี่มะเดี่ยวเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนครับ แล้วทีนี้ก็รู้จักกัน และคงเห็นอะไรในตัวเรา เขาก็ชวนว่า เออ.. มาลองแคสดูไหม พอดีเค้ามีมาแคสที่เชียงใหม่ด้วย ก็แคสผ่านก็เลยได้เข้ามาเล่นครับ
ตอนที่ไปแคสติ้งเป็นไงบ้าง เล่าบรรยากาศให้ฟังหน่อย
ตอนแคสติ้งเค้าก็จะให้บทเล็กๆ มาให้ลองเล่นดูก่อน ก็จะเป็นบทจริงๆ ที่ใช้ในหนังด้วย มันจะเป็นฉากที่มิวจะต้องแสดงอารมณ์เสียใจ เขาให้เราเล่นว่าถ้าเราเสียใจแล้วเราจะเป็นประมาณยังไง
คาแรกเตอร์ของมิวเป็นอย่างไร
คาแรกเตอร์ของมิวนะครับ มิวเป็นเด็กที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ครับ พ่อแม่ไปเปิดโรงงานกับที่อื่นเลยต้องอยู่กับอาม่า 2 คน ซึ่งอาม่าจะชอบเล่นเปียโน เลยสอนเปียโนให้มิว ทำให้มิวมีพรสวรรค์ทางด้านดนตรี ในเรื่องจะมีตอนที่อาม่าสอนให้มิวได้เล่นดนตรีเผื่อว่าวันนึงเราจะใช้มันบอกอะไรกับใคร พออาม่าเสีย มิวก็เลยต้องอยู่คนเดียว เลยเป็นคนที่เหงาๆ แล้วก็ไม่เข้าใจในความรัก เพราะไม่เคยได้รับมาจากคนอื่น แล้วทีนี้พอวันนึงเค้าได้รับโจทย์ที่จะต้องแต่งเพลงเกี่ยวกับความรัก เค้าก็ไม่รู้ว่าความรักคืออะไร นี่ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้ครับ
เรื่องราวในรักแห่งสยามเป็นอย่างไร
รักแห่งสยามก็เป็นเรื่องของความรักหลายรูปแบบครับ มีความรักของครอบครัว เกิดกับเพื่อน กับเสียงดนตรี เริมด้วยเรื่องของมิวก่อน มิวอยู่กับอาม่า 2 คน พออาม่าตายไป มิวก็ต้องอยู่คนเดียว ซึ่งบ้านมิวอยู่ติดกับบ้านโต้ง ก็เลยเป็นเพื่อนกัน พี่สาวของโต้งชื่อแตงหายออกไปจากบ้าน ครอบครัวของโต้งเสียใจก็เลยย้านบ้านออกไป หลายปีต่อมา โต้งกับมิวก็กลับมาเจอกันอีก มิวกำลังจะเป็นศิลปินออกเทป มีเพลงเป็นของตัวเอง ซึ่งได้รับโจทย์เป็นโจทย์ที่เกี่ยวกับเพลงรัก มันเป็นสิ่งที่มันยากสำหรับเขา เพราะมิวอยู่อย่างเหงาๆ มาตลอดไม่เคยได้สัมผัสกับความรักเลย
พูดถึงมุมมองความรัก มุมของมิวเป็นตัวแทนความรักประเภทไหน
คาแรกเตอร์ของมิวจะเป็นตัวแทนของความรักที่เหมือนคนที่ใช้ชิวิตไปวันๆ โดยไม่ได้ใส่ใจว่าความรักจะมาหาเราเมื่อไหร่ ก็มีก็ได้ ไม่มีก็ไม่เป็นไร อยู่อย่างเหงาๆ ต่อไป แล้ววันหนึ่งก็เกิดคำถามขึ้นกับตัวเองว่า พอถึงจุดนึงเราจะใช้ชิวิตอย่างนี้ไปตลอดเลยเหรอ พอมิวเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นมา ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับโปรดิวเซอร์ของค่ายเพลงเสนอให้มิวลองแต่งเพลงรักดู ทำให้เขาต้องคิดว่าความรักมันเป็นยังไงกันแน่
กับการแสดงหนังเรื่องแรกเป็นอย่างไรบ้าง
เรื่องนี้ถือว่ายากมากครับ ต้องทำอะไรหลายๆ อย่าง ในส่วนของบทด้วย ในส่วนของเรื่องอื่นๆ ด้วย เรื่องของเพลง เพราะว่าเราต้องเล่นเปียโน แล้วก็ต้องร้องเพลงด้วย เรื่องนี้มีนักแสดงที่มีผลงานมาแล้ว เป็นดารารุ่นใหญ่อย่างพี่นก สินจัย พี่กบ ทรงสิทธิ์ แล้วก็พี่พลอย เฌอมาลย์ ซึ่งก็เราก็ตื่นเต้นเหมือนกันที่เราไปเจอ เพราะเราเคยเห็นเค้าแต่ในทีวีครับ
เรื่องนี้ได้ร้องเพลงเต็มๆ เลยรู้สึกยังไงบ้าง ในฐานะที่เป็นคนที่รักและเล่นดนตรีมาก่อน
ก็รู้สึกดีใจ เพราะโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ชอบร้องเพลงอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมกับงานเพลงหลายๆ อย่าง ในเรื่องนี้ก็มีเพลงที่เราแต่งด้วย ชื่อเพลง รู้สึกบ้างไหม เพลงนี้เป็นเพลงที่พิชแต่งเนื้อร้องและก็ทำนองเอง ซึ่งยังไม่เคยเล่น ยังไม่เคยเอาไปใช้ที่ไหน พอพี่มะเดี่ยวฟังเพลงแล้วก็รู้สึกว่าเอามาใช้ในหนังได้ เลยลองเอามาใช้ในหนัง แต่ในส่วนของดนตรีตรงนี้จะยกให้พี่มะเดี่ยวเป็นคนทำให้ครับ
แรงบันดาลใจในการแต่งเพลง “รู้สึกบ้างไหม” มาจากอะไร
เพลงนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพื่อนครับ เพื่อนกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องความรัก เค้าก็โทรมาปรึกษาเรา แล้วก็เราช่วยให้คำปรึกษากับเพื่อน เราก็เลยได้ไอเดียเป็นเพลงนี้มาครับ
ในเรื่องนี้ต้องมีการเล่นเปียโนด้วย ส่วนตัวเล่นเป็นมาก่อนหรือเปล่า
ก็สำหรับเรื่องเล่นเปียโน จริงๆ แล้วตอนเด็กๆ แม่เคยพาไปเรียน แต่ตอนนี้ไม่ได้จับมานานมากแล้ว พอกลับมาเล่นอีกในหนังเรื่องนี้ ซึ่งต้องมีฉากที่ต้องเล่นเปียโนด้วย เลยเป็นอะไรที่ยากนิดนึง ก็ต้องมีการฝึกกันใหม่ ต้องรื้อฟื้นความรู้เกี่ยวกับการเล่นเปียโนใหม่ พี่มะเดี่ยวก็จะคอยสอน ต้องซ้อมเช้าซ้อมเย็น ก็สนุกครับแต่ก็ยากเหมือนกัน
ในเรื่องมีซีนที่ต้องเล่นเปียโนเยอะหรือเปล่า
ก็มันจะมีอยู่ 2 ฉากที่จะต้องเล่นเปียโนนะครับ ฉากแรกก็จะเป็นฉากที่มิวจะต้องแต่งเพลงที่เกี่ยวกับความรักที่ได้เป็นโจทย์ที่ได้รับมาในเรื่อง อันนี้นี่ยาก (หัวเราะ) ต้องเล่น ต้องกดไปด้วย มือข้างนึงต้องกด อีกข้างนึงต้องเขียนเนื้อเพลงไปด้วย ต้องร้องไปด้วย ก็ยากเหมือนกัน อีกฉากนึงเป็นฉากที่เป็นช่วงที่มิวกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับชีวิตตัวเอง ก็เล่นเปียโนเป็นเพลงที่อาม่าเล่นให้ฟังตอนเด็กๆ แต่เล่นยังไงก็เล่นไม่เหมือน
พิชมีวงดนตรีด้วยในเรื่อง
ในเรื่องจะมีวงดนตรีชื่อ ออกัส ครับ จะเป็นวงที่รวมตัวกันกับเพื่อนๆ ซึ่งเราก็จะทำอัลบั้มกันจริงๆ ด้วย ก็จะมีสมาชิก 11 คน มีนนท์ที่เล่นเป็นเอ็กซ์ จะเล่นเป็นมือกีต้าร์ของวง ในเรื่องจะไม่ค่อยถูกกันนิดนึง จะมีน้องนาย เล่นแซกโซโฟน เอมตีกลอง แล้วก็มีต่อเล่นเบส มีแวนเล่นคีย์บอร์ด และอีกหลายคน เวลามารวมกันก็จะฮากันกระจาย บางคนก็ดีดพลาด ดีดเพี้ยน ลืมตั้งสายบ้าง ก็ขำๆ กัน ตีกลองไม่ตรงไม่ซิงค์กับเพลง แบบบางทีมันก็จะมีเพลงที่ทำมาก่อนแล้ว แล้วก็มาตี ตอนถ่ายก็จะเอ๊ะตีไม่ตรง ก็ต้องมาปรับกัน แต่จริงๆ แล้วทุกคนก็มีพื้นฐานทางด้านดนตรีอยู่แล้ว แต่ทีนี้วงออกัสเป็นวงที่เรียกได้เกือบจะเป็นวงมืออาชีพอยู่แล้ว ก็จะต้องมีท่าทางลีลาในการเล่นก็ต้องฝึกให้ดูเหมือนเป็นมืออาชีพเป็นโปรเฟสชั่นแนล ก็เลยต้องมีการฝึกดนตรีเพิ่ม เพื่อที่จะทำให้แน่นเข้าไปอีก ก็ต้องมีการฝึกการจับการเล่น ตอนเล่นต้องถืออย่างงี้นะให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด และดูเป็นมืออาขีพที่สุดครับ
ทราบมาว่าในเรื่อง “รักแห่งสยาม” ต้องมีฉากที่วงออกัสต้องขึ้นเวทีคอนเสิร์ตจริงๆด้วย
ใช่ครับ ฉากนี้เป็นฉากที่วงออกัสจะขึ้นโชว์คอนเสิร์ตในงานประจำคริสต์มาส เป็นฉากที่เหนื่อยพอสมควรเพราะว่าต้องเล่นกันทั้งคืนแล้วตัวพิชเองต้องเล่นสดด้วย ได้เจอพี่ๆ วงโมโนโทนด้วย ซึ่งวงพี่เขาได้ขึ้นเล่นก่อนด้วย ตื่นเต้นมากเพราะว่าคนเยอะ ไม่ได้มีแค่เอ็กซ์ตร้านะครับ มีคนที่มาช๊อปปิ้ง แล้วก็มามุงๆ ดูทำให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ก็ตื่นเต้นเหมือนกันแต่พอนานๆ ไปก็ชินครับ ที่หนักใจเพราะว่าในเรื่องช่วงนั้นมันไม่ใช่ช่วงหน้าหนาว แต่เซ็ทที่ถ่ายมันต้องอยู่ในช่วงคริสมาร์ส ก็ต้องใส่เสื้อกันหนาว ใส่สูท แต่จริงๆ ร้อนมาก ก็ต้องยืนอยู่อย่างนั้น ไฟอีกอะไรอีก เหนื่อยเหมือนกัน ถ่ายตั้งแต่ช่วงประมาณเย็นๆ ไปจนถึงประมาณตี 5 ครับ ยิ่งผมต้องร้องสดเอง พี่มะเดี่ยวเขาอยากให้มันเป็นธรรมชาติมากที่สุด เพราะฉะนั้นเลยต้องร้องสด อุปสรรคอีกอย่างนึงในการถ่ายฉากนี้คือความง่วงครับ เล่นกันมาตั้งแต่ตอนเย็น แล้วก็ไม่ได้นอนเลยจนถึงเช้าอีกวันนึง ซึ่งก็เหนื่อยเหมือนกัน ช่วงนั้นเป็นช่วงสอบเราก็ต้องเตรียมตัวเกี่ยวกับอะไรหลายๆ อย่าง ต้องแบ่งเวลาในการเรียนหนังสือ แบ่งเวลาในการพักผ่อนในการทำงานด้วย ถือว่าเป็นช่วงที่เหนื่อยมากเหมือนกัน
มีฉากไหนที่สนุกสนานหรือได้ฮากันในหนังเรื่องนี้
ก็คือเป็นฉาก cpr มิวกับเอ็กซ์มัวแต่ไปซ้อมดนตรี ไปแข่งดนตรีจนไม่ได้มาสอบวิชาสุขศึกษา ก็เลยต้องมาสอบเหลือกันอยู่ 2 คน ได้จับฉลากกันได้มาเป็น cpr ก็คือการผายปอดแล้วบังเอิญว่าไอ้หุ่นผายปอดเกิดเสียขึ้นมา ก็เลยกลายเป็นว่าต้องมาผายปอดกันเอง โอ้โหพิชกับนนตื่นเต้นมาก แล้วก็ตลก ขำ เขินกันเอง แล้วก็ต้องคุยกันว่า จะเอาไง เพราะว่าต้องเล่นต่อหน้าน้องๆ ร.ร อัญสัมเยอะมาก เป็นฉากนึงที่ฮาเหมือนกัน แต่คิดว่ามันเป็นงานครับ ก็ทำก็ผ่านไปด้วยดี แล้วก็ซีนนี้จะได้พี่แมว-จารุณี บุญเสก มาเล่นเป็นครูสอนวิชาสอนสุขศึกษา ซึ่งพี่แมวเค้าก็จะมีมุขตลก เออตลกมากครับ มุขสดที่เค้าใส่เข้ามาในหนัง บางทีก็มีหลุดขำกันเองก็มีครับ
พี่มะเดี่ยว ผู้กำกับมาช่วยบิ้วท์บ้างไหม
พี่มะเดี่ยวก็จะมาพยายามพูดให้ฟังว่า เออไม่เป็นไรนะ ขำๆ มันเป็นเรื่องงาน ส่วนกับนนท์ที่มาเล่นเป็นเอ็กซ์ ก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว ก็คุยกันว่าอะไรยังไง ก็ง่ายครับเพราะว่าทำงานกับนนท์ด้วย
ในเรื่องนี้ต้องร่วมงานกับนักแสดงมากฝีมืออย่างพี่นก สินจัย รู้สึกอย่างไรบ้าง
กับพี่นกเป็นคนที่เราหนักใจ คือเขาเป็นคนที่เล่นดีมากไงครับ แล้วเราก็หน้าใหม่ ก็จะเกร็งๆ นิดนึงเวลาอยู่กับพี่นก เขาก็จะบอกว่าไม่ต้องกลัว กลัวอะไร พี่นกจะคอยสอนให้ลองเล่นแบบนี้ ๆ จะเหมือนเป็นแม่เราคนหนึ่ง คอยสอนว่าเวลาอยู่ในกองต้องทำตัวอย่างนี้ แถมยังซื้อขนมซื้ออะไรมาฝากบ่อยๆ ในเรื่องจะมีหลายๆ ฉากจะได้เล่นกับพี่นกสินจัย แต่ฉากนี้จะเป็นฉากเดียวที่มีแค่พี่นกกับพิช 2 คน แล้วก็เป็นซีนอารมณ์เหมือนกับว่าจะไม่มีอะไร เรียบๆ แต่ว่ามันกดดันครับ ไดอะล๊อกพูดไม่เยอะมาก แต่ต้องเล่นให้รู้สึกว่ามันตึงเครียดมากๆ โดยส่วนตัวก็ตึงเครียดอยู่แล้วเพราะว่าพี่นกมีผลงานอะไรมาตั้งแต่เรายังไม่เกิด เป็นดาราที่โปรมาครับก็เลยหนักใจนิดนึง พี่นกเค้าเป็นรุ่นใหญ่แล้ว ส่วนเราหน้าใหม่ พี่นกเค้าก็จะบอกว่า เออไม่เป็นไร พยายามคอยพูดให้เรารีแล็กซ์ คอยบอกเทคนิคต่างๆ เวลาเล่นอย่างงี้สิ ลองทำอย่างนี้ดูนะ พอเล่นจริงๆ ก็ค่อนข้างสบายเพราะมีพี่นกคอยช่วย มีพี่มะเดี่ยวคอยช่วยด้วย
การร่วมงานกับมาริโอ้เป็นอย่างไรบ้าง
กับมาริโอ มาแรกๆ จะไม่ค่อยกล้าคุยกัน แต่เล่นมันมีฉากที่ต้องเจอกันบ่อย ก็เลยได้คุยกันมากขึ้น ก็สนิทกัน มาริโอเป็นคนนิสัยดี ทำงานง่าย เข้ากับคนอื่นง่ายก็เลยไม่มีปัญหาเวลาเล่น เวลาว่างๆ ก็จะมาซ้อมบทกันเอง เพื่อที่เวลาไปจะได้ไม่ต้องเทคบ่อย การรับส่งอารมณ์ในเรื่องก็อยากจะให้มีการซ้อมกันก่อน เพราะว่าอยากจะให้มันออกมาดี กับมาริโอจะไม่ค่อยมีฉากที่ดราม่าอะไรกันมากมาย ก็เลยเล่นกันได้สบายๆ เพราะว่าสนิทกันอยู่แล้ว
กับนักแสดงรุ่นพี่สุดสวยอย่างพลอยล่ะ
กับพี่พลอยตอนเจอกันครั้งแรกตื่นเต้นมาก ในทีวีกับตัวจริง ตัวจริงสวยกว่า เค้าเป็นกันเอง ตอนแรกนึกว่าเค้าจะหยิ่ง แต่จริงๆ ไม่ใช่เลย เป็นกันเองมากๆ เค้าจะมีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ เวลาเล่นต้องเล่นอย่างนี้นะ เค้าจะมาแชร์ประสบการณ์ เค้าไปเจออะไรมา วันนี้ไปกินไอ้นั้นไอ้นี่มา ก็สนิทกับพี่พลอย ทำงานกับพี่พลอยสนุก พี่พลอยจะมาซ้อมกับเราก่อน คุยตรงนี้มันน่าจะเป็นอย่างนี้นะ ทำให้จังหวะเรื่องการรับส่งก็จะไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเท่าไหร่
กับการแสดงหนังเป็นครั้งแรก มีอะไรที่ทำให้เราหนักใจหรือคิดว่าเป็นอุปสรรคหรือเปล่า
เรื่องที่หนักใจในการทำงานมากที่สุด จะเป็นเรื่องของช่วงเวลาในการทำงาน เพราะว่ามันจะเป็นช่วงที่คาบเกี่ยวกับการเอนทรานซ์พอดี เราก็ต้องแบ่งเวลา เวลานี้ต้องอ่านหนังสือ เวลานี้ต้องถ่ายหนัง ตอนเรียนมัธบมพิชไม่ได้เรียนอยู่กรุงเทพ พิชเรียนที่เชียงใหม่ ก็ต้องบินจากเชียงใหม่มาถ่าย บินกลับไปอ่านหนังสือ แล้วก็สอบ แล้วก็บินกลับไปกลับมา เลยเหนื่อยเหมือนกัน เราเป็นนักแสดงหน้าใหม่ด้วย ก็ต้องมีอะไรหลายๆ อย่างที่ต้องเรียนรู้เวลาอยู่ในกอง อย่างเช่นว่าเกี่ยวกับมุมกล้อง เราต้องหันไปทางนั้นทางนี้ การเล่นเราต้องรับส่งยังไง กระพริบตาเยอะก็ไม่ได้นะ ก็จะมีเทคนิคต่างๆ เล็กๆ น้อยๆ ที่เราต้องรู้ในกอง บางทีมีฉากบางฉากเราไม่เข้าใจ ก็ต้องถามพี่มะเดี่ยว จะมีฉากที่ยากๆ ฉากที่ต้องเจอกับพี่นก ฉากที่ต้องมาคุยกับเราเป็นฉากเครียดๆ แล้วก็อีกฉากที่ต้องร้องไห้ เป็นฉากจบของเรื่อง ซึ่งใช้เวลานานพอสมควร เพราะเราไม่เคย ก็จะมีเทคนิคตลกๆ มาช่วยเรา เทคนิคนั้นก็คือพี่มะเดี่ยวด่าเลย ด่ากันแรงๆ เห็นๆ จนเราร้องไห้ เขาก็รีบถ่ายเลย พอถ่ายเสร็จเค้าก็มาโอ๋ ก็ผ่านไปได้การทำงานก็ถือว่าสนุกไม่เครียดอะไรมาก
คิดว่าหนังเรื่อง “รักแห่งสยาม” มีความน่าสนใจและเสน่ห์ตรงจุดไหน
เสน่ห์ของรักแห่งสยามมันอยู่ที่ มุมมองของความรักหลายๆ รูปแบบที่หลายๆ คนอาจยังไม่รู้ หรืออาจจะยังมองข้ามไป ความรักมันอยู่รอบๆ ตัวเราครับ ไม่ว่าจะเป็นกับเพื่อนกับพ่อแม่กับครอบครัว ทุกๆ อย่างบนโลกใบนี้ครับ เราต้องมีความรักให้กับทุกๆ สิ่ง ทีนี้ตัวละครในเรื่องกำลังตามหาความรัก เผชิญหน้ากับความรักในรูปแบบต่างๆ ตรงนี้คนดูก็น่าจะได้มุมมองอะไรใหม่ๆ เกี่ยวกับชีวิตของตัวเองกับเรื่องของความรัก และเรื่องนี้อาจจะทำให้ครอบครัวหันหน้าเข้าหากันมากขึ้น เรื่องนี้เกี่ยวกับครอบครัวด้วยเกี่ยวกับการให้เวลากับครอบครัว
สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงคนที่จะไปดูหนังเรื่องนี้
ก็อยากจะฝากผลงานเรื่องรักแห่งสยามด้วยนะครับ เพราะเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องแรกของพิช แล้วก็มีเพลงประกอบที่ร้องเองแต่งเองอยู่ในนั้นด้วย แล้วก็เพลงประกอบยังมีเพลงอื่นๆ อีกที่สำคัญ แล้วก็เพราะมากๆ ทุกคนก็ตั้งใจทำงานเต็มที่ ฝากผลงานไว้ด้วยนะครับ

